อุปสรรคในการเข้าถึงการรับบริการทันตกรรมในกลุ่มคนพิการทางการเคลื่อนไหว

(ที่ใช้เก้าอี้รถเข็น)

อ.ทญ.ดร.นิธิมา เสริมสุธีอนุวัฒน์

คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อุปสรรคในการเข้าถึงการรับบริการทันตกรรมในกลุ่มคนพิการทางการเคลื่อนไหวที่ใช้เก้าอี้รถเข็น

อ.ทญ.ดร.นิธิมา เสริมสุธีอนุวัฒน์

คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คนพิการส่วนใหญ่มีความเสี่ยงในการเกิดฟันผุและโรคปริทันต์มากกว่าบุคคลที่ไม่มีความพิการ1 ความพิการอาจทำให้คนพิการมีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวัน ตามลักษณะความพิการของคนพิการแต่ละคน และข้อจำกัดดังกล่าวอาจรวมถึงความยากลำบากในการทำงาน การเข้าถึงบริการสุขภาพเมื่อเกิดการเจ็บป่วย และการรับบริการด้านทันตกรรมที่เหมาะสมสำหรับบุคคลที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ (คนพิการ) แม้นว่าคนพิการจะสามารถใช้สิทธิ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเพื่อเข้ารับการรักษาทางทันตกรรมขั้นพื้นฐาน แต่พบว่ายังมีคนพิการจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เข้ารับบริการทางทันตกรรมในช่วงระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา คนพิการส่วนใหญ่จะไปพบทันตแพทย์เมื่อมีอาการปวดฟันมากจนทนไม่ไหวจริงๆ และพบว่ายังมีคนพิการบางคนที่ไม่เคยพบทันตแพทย์มาก่อนเลย2,3 นอกจากนี้ในประเด็นการรับรู้ หรือความตระหนักรู้ หรือความรอบรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของคนพิการ พบว่าส่วนใหญ่ยังดูแลตนเองเบื้องต้นไม่เพียงพอ จึงมักมีปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน4

ความยากลำบากในการเข้าถึงบริการทางทันตกรรม

สุขภาพช่องปากที่ดี เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ทุกคนควรมีสิทธิ์เข้าถึงการดูแลสุขภาพ และระบบบริการสุขภาพ รวมถึงระบบบริการสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน2 การเข้าถึงบริการทางทันตกรรม การมีบริการทันตกรรมที่สะดวกสบาย และเหมาะสมสำหรับกลุ่มคนพิการทางการเคลื่อนไหวที่ใช้เก้าอี้รถเข็น พบว่าอุปสรรคในการเข้าถึงบริการทันตกรรม

จากงานวิจัย2,3 ที่ศึกษาประเด็นการรับบริการทางทันตกรรม โดยเก็บข้อมูลในกลุ่มคนพิการทางทางการเคลื่อนไหว ที่ใช้เก้าอี้รถเข็นและสามารถดูแลตนเองได้บ้างตามความจำกัดของความพิการของแต่ละคน พบว่าในช่วง 12 เดือนก่อนการเก็บข้อมูลวิจัย มีผู้เข้าร่วมงานวิจัยจำนวนเกือบ 80% ไม่เคยเข้ารับบริการทางด้านทันตกรรมใดๆเลย โดยคนพิการเหล่านี้ได้ให้ข้อมูลถึงสาเหตุของการไม่ไปรับบริการทันตกรรมดังต่อไปนี้

  1. ไม่มีบริการทันตกรรมที่สามารถเข้าถึงได้ในพื้นที่อยู่อาศัย หรือในชุมชนใกล้เคียง

  2. ไม่มีบริการทางทันตกรรมสำหรับคนพิการในสถานบริการทันตกรรมใกล้บ้าน

  3. ถูกปฏิเสธการรักษา ด้วยเหตุผลความไม่พร้อมของสถานพยาบาล ไม่มีทันตบุคลากรที่ดูแลคนพิการได้

  4. ไม่รับรู้ว่ามีบริการทันตกรรมสำหรับคนพิการ

  5. มีความไม่สะดวกในการเดินทาง ไม่สามารถเดินทางไกลได้ด้วยตนเอง และไม่อยากพึ่งพา ขอความช่วยเหลือจากครอบครัว หรือเพื่อน ๆ หากไม่จำเป็น

  6. ไม่เคยมีปัญหาทางทันตกรรม

  7. การให้บริการระบบสุขภาพในพื้นที่ ไม่มีทันตแพทย์ที่มีความรู้ในทางทันตกรรมคนพิการใกล้บ้าน หรือมีสถานพยาบาลเอื้อต่อการให้บริการสำหรับคนพิการ ที่ต้องเดินทางไปรับบริการในพื้นที่ที่ไกลออกไปจากสถานที่อยู่อาศัย

  8. ระยะเวลาในการให้บริการทางทันตกรรมที่จำกัดจำนวนผู้รับบริการ และไม่มีบริการเฉพาะสำหรับกลุ่มคนพิการ ทำให้คนพิการเมื่อไปรับบริการแล้วไม่ได้รับการรักษาในเวลานั้น

  9. ไม่มีบริการทางทันตกรรม หรือผู้ให้บริการทันตกรรมที่พร้อมหรือมีความรู้ในการให้บริการทันตกรรม สำหรับผู้มีความต้องการเป็นพิเศษเมื่อคนพิการได้เข้าไปรับการบริการมักจะถูกส่งต่อ หรือแนะนำให้ไปรับบริการที่อื่น

  10. รู้สึกเหมือนถูกเลือกปฏิบัติ และเป็นที่ไม่ยอมรับในที่นั้น ๆ

  11. คนพิการทางการเคลื่อนไหวที่ใช้เก้าอี้รถเข็น รู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย (ในเวลาอยู่บนเก้าอี้ทันตกรรม) และความกลัวการรักษาทางทันตกรรม ที่อาจมีผลต่อความพิการที่เป็นอยู่

  12. ค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการทางทันตกรรม ที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจ และรายได้ของครอบครัว ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รองรับการให้บริการทันตกรรมเบื้องต้น แต่เมื่อคนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เต็มที่ต้องจัดหา

  • ค่ารถโดยสารรับจ้างพาเดินทาง/ค่าขนส่งพาตัวเองไปเข้ารับบริการ เพราะระบบขนส่งสาธารณะไม่สะดวก หรือเอื้ออำนวยต่อการเดินทางของคนพิการ

  • สำหรับผู้ใช้เก้าอี้รถเข็นบางคน อาจจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ช่วยคนพิการ(ช่วยเคลื่อนย้ายคนพิการไปยังที่ต่าง ๆ ในกรณีที่ไม่อาจเคลื่อนย้ายตนเองได้เป็นต้น)

13. พื้นที่ หรือสถานที่ให้บริการ ที่ไม่เอื้อต่อสภาพความพิการ หรือเหมาะสมต่อการให้บริการคนพิการ เช่นการเข้าถึงอาคาร สถานที่ไม่ได้ เช่น ไม่มีทางลาด ประตูแคบไปสำหรับคนพิการที่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือตนเอง หรือพื้นที่บริการที่ไม่มีลิฟต์พาคนพิการไปใช้บริการได้ เป็นต้น

14. การนัดหมายหรือการติดต่อเข้ารับบริการทางทันตกรรมตามระบบบริการทางทันตกรรม ยุ่งยากและเข้าถึงลำบากสำหรับคนพิการ

15. การเข้ารับบริการทางทันตกรรม ในพื้นที่ที่ไม่ให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่สามารถทำได้ง่าย เพราะมีคลินิกทางทันตกรรมบางแห่งเท่านั้น ที่มีพื้นที่สำหรับให้บริการทันตกรรมสำหรับคนพิการที่ต้องใช้เก้าอี้รถเข็น

16. คนพิการมีความรู้ด้านสุขภาพช่องปากและฟัน อย่างจำกัด และขาดความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางทันตกรรมของตนเอง และการใช้สิทธิในการเข้ารับการรักษาพยาบาล

17. วิธีการจัดการดูแลตนเอง ตามสภาพความพิการ กับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของคนพิการที่มีปัญหาทางกายภาพ

  • เลือกที่จะทำความสะอาดช่องปากและฟัน ในตอนเช้าครั้งเดียวเท่าที่สามารถทำได้

  • เลือกที่จะใช้ ตัวช่วย เช่น น้ำยาบ้วนปาก ลูกอม หมากฝรั่ง ในการทำความสะอาดช่องปากและฟัน

  • ไม่สามารถจัดหาอุปกรณ์ทำความสะอาดช่องปากและฟันที่เหมาะสมต่อความพิการของตนเองได้

  • ไม่มีผู้ช่วยเหลือ หรือมีผู้ดูแลอย่างต่อเนื่อง ในการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน

  • สภาพเศรษฐกิจ หรือความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ หรือความจำเป็นอื่น ๆ ในการดำรงชีวิต มีความสำคัญมากกว่า

งานวิจัย2,3 ได้สะท้อนเสียงที่ไม่เคยได้ยินของคนพิการที่ใช้เก้าอี้รถเข็นกลุ่มหนึ่ง และได้นำเสนอหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ตามบริบทของประเทศไทยว่า ภายใต้ระบบบริการสุขภาพถ้วนหน้า ยังความมีความยากลำบากในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพช่องปากในกลุ่มคนพิการการทางการเคลื่อนไหว ผู้จัดทำนโยบายและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพช่องปากในระบบสุขภาพของไทย ควรให้ความตระหนักถึงความจำกัดในการใช้บริการทันตกรรมที่รายงานเป็นบทความทางวิชาการ อย่างเป็นรูปธรรมในผลการศึกษาจากงานวิจัย เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพช่องปากที่เหมาะสมสำหรับคนพิการไทย ด้วยความยุติธรรมและเท่าเทียมต่อไป

เอกสารอ้างอิง

1. Sermsuti-anuwat N, Pongpanich S. Factors Associated With Periodontal Diseases and Oral Hygiene Status Among Community-Dwelling Adults With Physical Disabilities in Thailand: A Cross-Sectional Study. Global Journal of Health Science. 2019;11(9):52.

2. Sermsuti-Anuwat N, Pongpanich S. Perspectives and experiences of Thai adults using wheelchairs regarding barriers of access to dental services: a mixed methods study. Patient preference and adherence. 2018;12:1461-1469.

3. Sermsuti-Anuwat N, Pongpanich S. Factors Associated With Access to Dental Services of Adults With Physical Disabilities in Thailand. Global Journal of Health Science. 2018;10(8):163.

4. Sermsuti‐Anuwat N, Pongpanich S. Validation of Thai version of the Health Literacy in Dentistry scale: Validation among Thai adults with physical disabilities. Journal of Investigative and Clinical Dentistry. 2019.

สิทธิคนพิการทางการบริการสาธารณสุข

สาระความรู้สุขภาพช่องปากคนพิการ